เมื่อปลายปีที่แล้วมาฉันมีโอกาสไปเที่ยวเมืองเหนือของสยามประเทศของเรา ชื่อเมืองปาย ตั้งอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่อยูใกล้อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ในการเดินทางครั้งนี้พวกเราทั้งกลุ่มซึ่งมีทั้งสิ้น 5 คน ขึ้นรถจากหมอชิตด้วยความทุรักทุเร เพราะเป็นช่วงวันหยุด 5 ธันวาคม 2549 ผู้คนต่างพากันเดินทางออกต่างจังหวัด ทำให้สถานีรถแน่นมาก และแล้วพวกเราก็ได้ขึ้นรถพร้อมออกเดินทางและพักผ่อนแล้ว
เช้าแล้วที่อาเขต เชียงใหม่อากาศค่อนข้างเย็นแต่รู้สึกปรอดโปร่งมากกว่า มีความสุขและตื่นเต้นถึงแม้ฉันจะเคยเรียนหนังสือที่นี่แต่ก็อดไม่ได้เนื่องด้วยพวกเราตั้งใจที่จะมาผจญภัยในการท่องเที่ยวครั้งนี้ จึงไม่มีการจองรถล่วงหน้า มาหารถตู้เชียงใหม่-ปายเอาตอนที่มาถึง ซึ่งช่วงเวลานี้จะหายากมากเพราะจะเต็มหมด และแล้วพวกเราก็สามารถออกเดินจนได้ด้วยรถสองแถวแดงจากอาเขตโดยคนขับรถรับปากว่าพอไปถึงแม่ริมจะมีรถบัสพาขึ้นปายอีกที ด้วยค่าโดยสารคนละ 180 บาท ซึ่งปกติรถตู้โดยสารราคาอยู่ที่ 150 บาทต่อคน ส่วนรถบัสแดงก็ประมาณ 60-80 บาท จากตัวเชียงใหม่มาถึงแม่ริมมาด้วยความใจเย็นเพราะรถวิ่งช้ามากกก แล้วก็มารอรถบัสที่ว่าอีกสักพักใหญ่ จากรถบัสลดลงมาเป็นรถสองแถวสีขาวแทนอึ้งครับท่าน!!!!!
แต่ยังไงก็มากันจนถึงครึ่งทางแล้ว คนในพื้นที่ขับพาขึ้นซะอย่างคงพอวางใจได้แล้วพวกเราก็ต้องอึ้งกันเป็นรอบสองเพราะคนขับผู้หญิงวัยกลางคนแต่ทุกคนก็พากันขึ้นรถแต่โดยดี ฉันนั่งข้างหน้าจึงพอได้เสวนากับคนขับนิดหน่อยได้ความว่าแกเป็นเจ้าของสวนส้มและมีอาชีพเสริมขับรถสองแถวนี่แหละ บ้างครั้งก็รับเหมาพาคนขึ้นไปที่ปายบ่อย ฟังอย่างนี้แล้วฉันก็โล่งใจแต่พวกเพื่อนที่นั่งข้างไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไรกันบ้าง เพราะทางขึ้นปายนั้นช่างคดโค้ง สูงชันและน่ากลัวชนิดที่ว่าเผลอแว็บเดียวรถสามารถหลุดโค้งได้เลยแต่มีข้อดีคือวิ่งเร็วไม่ค่อยได้ พวกเราจึงตื่นเต้นสมใจก็อยากผจญภัยแนว Adventure เอง สุดท้ายที่ปาย
บรรยากาศที่ปายในเวลาที่พวกเราก้าวเท้าลงแตะพื้นมันไม่ต่างจากบ้านนอกที่ฉันเกิดสักเท่าไร สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนที่สุดคือป้ายทุกอย่างที่เมืองนี้เป็นภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ป้ายไหนเป็นภาษาไทยก็ต้องมีภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วยเสมอรู้สึกราวกับว่าฉันยืนอยู่ต่างประเทศยังไงยังงั้น หลังจากสอบถามคนแถวนั้นว่าที่พักที่พวกเราจองกันไว้อยู่ที่ไหนเราทั้งหมดก็พากันเดินผ่านถนนสายหลักที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายอาศัยอยู่ซึ่งภายหลังฉันเรียกมันว่าถนนอาร์ซีเอ
แล้วเราก็เดินมาจนถึงที่พักชื่อ วิลล่าเดอร์ปาย มีพนักงานต้อนรับแบบกันเองเป็นน้องผู้หญิงผอมบางผิวออกคล้ำ สวมกระโปรงยาวแต่ดูทะมัดทะแมงพาเราเข้าที่พักซึ่งด้านเป็นแม่น้ำปายไหลผ่าน บ้านพักเป็นหลังแยกกันเหมือนบ้านเดี่ยวอย่างไรอย่างนั้นแต่ย่อขนาดลงมาพอให้อยู่ได้ประมาณ 2-3 คน แต่ฉันว่า 2 คนกำลังดี มุงหลังคาด้วยวัสดุธรรมชาติ ผนังบ้านฉันคิดว่าน่าจะทำจากไม้ไผ่สาน เป็นบ้านชั้นครึ่ง ขึ้นมาข้างบนเข้ามาภายในห้องมีเตียง ที่นอนหมอนมุ้งครบแต่ไม่มีตู้เสื้อผ้านะ แต่ไม่เป็นไรมาเที่ยวแบบสบายๆ ไม่เน้นเรื่องหรูหราฟู่ฟ่าอยู่แล้ว แต่ที่คลาสสิกสำหรับฉันคือในทุกห้องมีคอมพิวเตอร์จอ LCD สำหรับต่ออินเตอร์เน็ตฟรี!!!! ไม่น่าเชื่อใช่มั้ย แต่มันมีอยู่จริง ส่วนค่าที่พักไม่แพงในความรู้สึกของฉันจากนั้นฉันก็หลับไปเนื่องจากเพลียร์นิดหน่อย
เช้าแล้วที่อาเขต เชียงใหม่อากาศค่อนข้างเย็นแต่รู้สึกปรอดโปร่งมากกว่า มีความสุขและตื่นเต้นถึงแม้ฉันจะเคยเรียนหนังสือที่นี่แต่ก็อดไม่ได้เนื่องด้วยพวกเราตั้งใจที่จะมาผจญภัยในการท่องเที่ยวครั้งนี้ จึงไม่มีการจองรถล่วงหน้า มาหารถตู้เชียงใหม่-ปายเอาตอนที่มาถึง ซึ่งช่วงเวลานี้จะหายากมากเพราะจะเต็มหมด และแล้วพวกเราก็สามารถออกเดินจนได้ด้วยรถสองแถวแดงจากอาเขตโดยคนขับรถรับปากว่าพอไปถึงแม่ริมจะมีรถบัสพาขึ้นปายอีกที ด้วยค่าโดยสารคนละ 180 บาท ซึ่งปกติรถตู้โดยสารราคาอยู่ที่ 150 บาทต่อคน ส่วนรถบัสแดงก็ประมาณ 60-80 บาท จากตัวเชียงใหม่มาถึงแม่ริมมาด้วยความใจเย็นเพราะรถวิ่งช้ามากกก แล้วก็มารอรถบัสที่ว่าอีกสักพักใหญ่ จากรถบัสลดลงมาเป็นรถสองแถวสีขาวแทนอึ้งครับท่าน!!!!!
แต่ยังไงก็มากันจนถึงครึ่งทางแล้ว คนในพื้นที่ขับพาขึ้นซะอย่างคงพอวางใจได้แล้วพวกเราก็ต้องอึ้งกันเป็นรอบสองเพราะคนขับผู้หญิงวัยกลางคนแต่ทุกคนก็พากันขึ้นรถแต่โดยดี ฉันนั่งข้างหน้าจึงพอได้เสวนากับคนขับนิดหน่อยได้ความว่าแกเป็นเจ้าของสวนส้มและมีอาชีพเสริมขับรถสองแถวนี่แหละ บ้างครั้งก็รับเหมาพาคนขึ้นไปที่ปายบ่อย ฟังอย่างนี้แล้วฉันก็โล่งใจแต่พวกเพื่อนที่นั่งข้างไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไรกันบ้าง เพราะทางขึ้นปายนั้นช่างคดโค้ง สูงชันและน่ากลัวชนิดที่ว่าเผลอแว็บเดียวรถสามารถหลุดโค้งได้เลยแต่มีข้อดีคือวิ่งเร็วไม่ค่อยได้ พวกเราจึงตื่นเต้นสมใจก็อยากผจญภัยแนว Adventure เอง สุดท้ายที่ปาย
บรรยากาศที่ปายในเวลาที่พวกเราก้าวเท้าลงแตะพื้นมันไม่ต่างจากบ้านนอกที่ฉันเกิดสักเท่าไร สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนที่สุดคือป้ายทุกอย่างที่เมืองนี้เป็นภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ป้ายไหนเป็นภาษาไทยก็ต้องมีภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วยเสมอรู้สึกราวกับว่าฉันยืนอยู่ต่างประเทศยังไงยังงั้น หลังจากสอบถามคนแถวนั้นว่าที่พักที่พวกเราจองกันไว้อยู่ที่ไหนเราทั้งหมดก็พากันเดินผ่านถนนสายหลักที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายอาศัยอยู่ซึ่งภายหลังฉันเรียกมันว่าถนนอาร์ซีเอ
แล้วเราก็เดินมาจนถึงที่พักชื่อ วิลล่าเดอร์ปาย มีพนักงานต้อนรับแบบกันเองเป็นน้องผู้หญิงผอมบางผิวออกคล้ำ สวมกระโปรงยาวแต่ดูทะมัดทะแมงพาเราเข้าที่พักซึ่งด้านเป็นแม่น้ำปายไหลผ่าน บ้านพักเป็นหลังแยกกันเหมือนบ้านเดี่ยวอย่างไรอย่างนั้นแต่ย่อขนาดลงมาพอให้อยู่ได้ประมาณ 2-3 คน แต่ฉันว่า 2 คนกำลังดี มุงหลังคาด้วยวัสดุธรรมชาติ ผนังบ้านฉันคิดว่าน่าจะทำจากไม้ไผ่สาน เป็นบ้านชั้นครึ่ง ขึ้นมาข้างบนเข้ามาภายในห้องมีเตียง ที่นอนหมอนมุ้งครบแต่ไม่มีตู้เสื้อผ้านะ แต่ไม่เป็นไรมาเที่ยวแบบสบายๆ ไม่เน้นเรื่องหรูหราฟู่ฟ่าอยู่แล้ว แต่ที่คลาสสิกสำหรับฉันคือในทุกห้องมีคอมพิวเตอร์จอ LCD สำหรับต่ออินเตอร์เน็ตฟรี!!!! ไม่น่าเชื่อใช่มั้ย แต่มันมีอยู่จริง ส่วนค่าที่พักไม่แพงในความรู้สึกของฉันจากนั้นฉันก็หลับไปเนื่องจากเพลียร์นิดหน่อย
ค่ำคืนหนึ่ง ณ ปาย...
ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นแสงสว่างจากดวงอาทิตย์แล้วฉันลุกขึ้นอาบน้ำเพื่อจะออกไปเป็นนักสำรวจสักหน่อย ว่าเมืองน้อยๆเมืองนี้ทำไมชาวต่างชาติจึงชอบมากันนักหนา หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ไปชวนพักพวกออกท่องราตรีที่ปาย โดยการเดิน เลี้ยวออกจากที่พักก็พบว่า ฉันมาอยู่ถนนข้าวสารได้อย่างไรในเมื่อฉันออกจากกรุงเทพมาตั้งแต่เมื่อวานเย็นแล้ว ร้านรวงต่างๆเริ่มเปิดให้บริการสารพัดสถานบริการ ผับ ร้านอาหารทุกแนวพร้อมใจกับมาเปิดที่ปายนี่เองหรือ จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายกลายเป็นถนนคนเดินที่ขายของท้องถิ่นทั่วไป ร้านอาหารพื้นเมือง ร้านเหล้าตอง ซึ่งก็คือเหล้าดองยานั่นเองแหละ สองริมทางเต็มไปด้วยผู้คนบ้างก็เดินชมเมืองอย่างพวกเราบ้างก็ขายของ บ้างก็แสดงเปิดหมวกหารายได้ที่ฉันแปลกตาคือ ฝรั่งมาทำกิจกรรมที่ปกติฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเช่น นั่งถักเชือกแบขายกับดิน ยืนเป่าแซกโวโฟนเปิดหมวก ตั้งวงเป่าเครื่องดนตรีพื้นเมืองของเมืองปาย คืนนี้แค่สำรวจฉันตั้งใจว่าคืนพรุ่งนี้ต้องทดลอง แล้วคืนนี้ก็จบลงด้วยการกินขนมจีนนำเงี้ยวที่อร่ยและราคาถูกมากๆ อากาศเริ่มหนาวแล้ว ฉันกลับมาที่พักเพื่อหาว่าสถานที่ที่ต้องการไปในวันพรุงนี่อยู่ไหนบ้างเพราะที่ไปสำรวจมาเมื่อครู่นั้นได้แผนที่ปายมาด้วยแถมด้วยการเช้ารถเครื่องมาเป็นยานพาหนะใรราคาคันละ 80 บาทต่อวันที่ร้าน AYA Service เค้ามีรถรถหลายแบบให้เลือกแต่เป็นมอเตอร์ไชด์ทั้งนั้น
เช้าแล้ว ณ ปาย..
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น